04 Oct 2019 | 1291 VIEWS |
|
อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง เริ่มต้นยังไง???
แน่นอนว่า หลายๆ คน ในที่นี้คงเคยมีความคิดที่ว่า “อยากมีคอนโด” เป็นของตัวเองสักหลัง แต่มีใครในที่นี้หลายคนอาจจะเข้าใจผิดนะครับว่า การที่จะมีคอนโดสักหลังนึง มันต้องใช้เงินเยอะมากแน่ๆเลย คำตอบที่แอดมินอยากจะบอกนะครับ คือ “คุณกำลังเข้าใจผิด”
เอาละครับวันนี้แอดมิน มีเรื่องราวจากประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของคอนโด จะมาแนะนำให้กับทุกๆคนได้เข้าใจกันว่า ทำอย่างไรได้บ้างถึงจะเป้นเจ้าของคอนโดได้..... ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันได้เลยครับ
ก่อนอื่นทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า อาชีพ บนโลกนี้แบ่งหลักๆ ได้ 2 แบบ คือ
1.)งานประจำ
2.)งานไม่ประจำ
งานประจำ
หมายความง่ายๆ ก็คือ พนักงานประจำ, พนักงานบริษัทเอกชน หรือ ข้าราชการ อาชีพเหล่านี้สังเกตง่ายๆเลยครับว่า ใครอยู่ประเภทที่ 1 ให้ทุกท่านลองสังเกตุตัวเองว่า ทุกๆเดือน ได้รับเงินเดือนพร้อมกับ Slip เงินเดือนหรือไม่ ถ้าครบ 2 อย่างนี้ แน่นอนครับ คุณอยู่ประเภทที่ 1
งานไม่ประจำ
อาชีพประเภทนี้ จะตรงข้ามกับ ประเภทแรกกันเลยทีเดียว คุณไม่รับเงินทุกๆเดือน แต่คุณอาจจะรับเป็นรายปี, รายวัน, รายชั่วโมง หรือบางคน ได้เป็นนาทีเลยก็ว่าได้ แต่คุณไม่มี Slip เงินเดือน เอาให้เข้าใจกันง่ายๆ คนในประเภทนี้ ส่วนใหญ่คือคนที่ ประกอบธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ขายของ, นักเทรดหุ้น, หรือ อาชีพอิสระต่างๆ
ทั้ง 2 ประเภทสามารถมีคอนโดได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ความยากง่ายจะแตกต่างกัน ในบทความนี้ แอดมินจะขออธิบายสำหรับประเภทที่ 1 ก่อนก็แล้วกัน เพื่อไม่ให้มันยืดยาวจนเกินไป แต่ก่อนจะไปถึงรายละเอียดขั้นตอน ทุกคนต้องรู้ก่อนว่า “การลงทุนในคอนโด” มีกี่แบบกัน ????
เราสามารถแบ่งการลงทุนในคอนโด ได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ
1.)ลงทุนตอนที่ยังสร้างไม่เสร็จ
2.)ลงทุนตอนที่สร้างเสร็จแล้ว
คอนโดยังสร้างไม่เสร็จ
ถ้าเอาเป็นภาษาทางการก็คือ การลงทุนที่เขาเรียกว่า “Down Payment” โดยในขั้นตอนนี้ จะมี Step ดังนี้
ซื้อสิทธิ์ใบจอง ผ่อนดาวน์ ขายดาวน์ หรือ ขายใบจอง
ในส่วนนี้จะเริ่มเข้าซื้อได้ตั้งแต่ โครงการเริ่มออก พิมพ์เขียวนั่นเอง โดยข้อมูลเหล่านี้เราต้องคอยติดตามจากโครงการ แต่โดยส่วนมากสำหรับคนทั่วไปก็จะซื้อได้ ในรอบที่เขาเรียกว่า Pre-Sale แต่ก็มีคนบางกลุ่มสามารถเข้าซื้อได้ก่อน Pre-Sale อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับกำลังภายในของแต่ละคน
ข้อดี/ข้อเสียของการลงทุนในสเตจนี้ คือ
ข้อดี : ราคาของคอนโดไม่แพง เนื่องจากว่า ยังไม่ได้สร้าง และมีโอกาสทำกำไรได้มากตอนที่จะขาย, ใช้เวลาสั้นในการลงทุน 6 เดือน – 3 ปี
ข้อเสีย : มีความเสี่ยงที่จะขายลำบาก หากทำเลไม่ดีจริง ต้องขายแข่งกับโครงการในบางครั้ง หากโครงการขายหมดช้า และ ต้องใช้เงินก้อนในการลงทุน 30,000 – 300,000 ต่อ ห้อง
คอนโดสร้างเสร็จแล้ว
ในสเตจนี้ เราจะเห็นแล้วว่า โครงการที่เราจะลงทุนนั้นรุปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร พื้นที่โดยรวมมีอะไรให้บ้าง ได้เห็นของจริงทุกๆส่วนของโครงการ และได้เห็นว่า นักลงทุนคนอื่นๆ เข้ามาซื้อที่นี่มากน้อยแค่ไหน ก็ดูได้จากสเตจตอนสร้างไม่เสร็จยังไงหล่ะครับ และโดยส่วนใหญ่นักลงทุนในสเตจนี้ ก็จะมีทั้ง ลงทุนไว้ปล่อยเช่า และ เอาไว้เก็งกำไร (Capital Gain) ในอนาคต 3-5 ปี ข้างหน้าโดยเฉลี่ย
ในสเตจนี้ส่วนใหญ่นักลงทุน จะทำการเป็นเจ้าของคอนโดได้ 2 แบบ คือ
1.)ซื้อเงินสด : โอ้ววววรวยแท้
2.)ซื้อโดยการกู้ธนาคาร : เป็นหนี้ !!!
อย่างที่แอดมินได้บอกไปวันนี้ จะขออธิบายสำหรับวิธีการเป็นเจ้าของคอนโด สำหรับคนที่ทำอาชีพในประเภทที่ 1 นั่นก็คือ “พนักงานประจำ”
พนักงานประจำโดยส่วนมากก็จะมีเงินเดือนอยู่ที่ 15,000-50,000 บาทต่อเดือน โดยเฉลี่ย และก็มีเงินเก็บตั้งแต่ 0-300,000 บาท โดยเฉลี่ย (ความจริงอันโหดร้าย) ถ้าดูจากเงินเดือนแล้ว แน่นอนเลยครับสามารถลงทุนได้ทั้งสองแบบ คือ คอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว และ คอนโดที่ยังสร้างไม่เสร็จ
แอดมินจะขอเริ่ม Step ในการลงทุนตั้งแต่ประเภทแรกเลย
สิ่งสำคัญของการลงทุนลักษณะนี้ หากไม่ซื้อคอนโด ไว้อยู่เอง เราควรต้องทำการปล่อยเช่า ควบคู่ไปกับการผ่อน โดยส่วนมาก ค่าผ่อน จะสูงกว่า ค่าเช่าเล็กน้อย หรือบางที่ ค่าเช่าก็สูงกว่าค่าผ่อน อันนี้แล้วแต่โครงการเลยครับ
การลงทุนแบบนี้เราจะปล่อยเช่า แล้วเก็บค่าเช่าไปเรื่อยๆก้ได้ครับ เพราะ คอนโดนี้เป็นของเรา แถมมีคนมาช่วยจ่ายด้วย (ผู้เช่าเรานั่นเอง) แต่ทางหากใครต้องการขายแอดมินแนะนำนะครับว่า ควรขายหลังจาก 3-5 ปี เพราะราคาจะปรับขึ้น (ขึ้นอยู่กับราคาประเมินโครงการนะครับ)
สำหรับบทความนี้แอดมินขอเม้ามอยแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ รายละเอียดในหัวข้ออื่นๆ แอดมินจะเขียนมาให้ติดตามกับต่อไปนะครับ หรือท่านใดต้องการรู้เรื่องไหนสามารถฝากหัวข้อไว้ได้ ทางแอดมินจะทำการ เขียนอธิบายให้ครับ
No comments right now. You can be the first comment on this topic!
03 Apr 2022
15 May 2022
22 May 2022