รู้ยัง!!!...อสังหาฯ ในไทย ไม่เนื้อหอมอีกต่อไป ในสายตาชาวต่างชาติ Mastery Resolution - บริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ครบวงจร

NEWS & ARTICLES

09 Jan 2020 0 COMMENTS 254 VIEWS SHARE

รู้ยัง!!!...อสังหาฯ ในไทย ไม่เนื้อหอมอีกต่อไป ในสายตาชาวต่างชาติ


POSTED BY Mastery Resolution

รู้ยัง!!!  อสังหาฯ ในไทย ไม่เนื้อหอมอีกต่อไป ในสายตาชาวต่างชาติ

 

ใน 4 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า อสังหาฯ ในประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างล้นพ้น และอัตราการเติบโตสูงมากทั้งด้าน Demand & Supply จนทำให้ชาวต่างชาติ หันมาสนใจและเข้ามากว้านซื้อ คอนโดฯ ในไทยไปแทบจะทุกโครงการ

ซึ่งหากมองดูแล้วก็ไม่แปลกที่ธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาฯ ในแนวสูง (High Rise) นั้นจะประสบความสำเร็จ เนื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างนั้นเอื้อประโยชน์ให้เกิด ความต้องการซื้อ (Demand) จากนานาประเทศ ด้วยเหตุที่ว่าในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยนั้นเอื้อประโยชน์ด้านกฎหมายที่สุด เพื่อให้กับชาวต่างชาติครอบครอง อสังหาฯ โดยเฉพาะประเภท คอนโดฯ เพราะสามารถถือครองได้ตลอดชีวิต (Freehold) จึงสามารถสร้างผลตอบแทนจากการขาย (Capital Gain) ได้ในอนาคต

อีกทั้งใน ขณะนั้น ประเทศไทยมีแนวโน้มในการพัฒนาตัวเมืองค่อนข้างสูง ก็จะส่งผลให้พื้นที่ต่าง ๆ นับจากใจกลางเมือง มีราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกที่โครงการต่าง ๆ เมื่อเปิดตัวมา มักจะมีการใช้โควตา ชาวต่างชาติกันอย่างเต็มจำนวน

ถ้าไม่นับว่าเราคือประเทศที่มีสถานที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด แต่สิ่งที่เย้ายวนใจจริง ๆ แต่คนมักกลับมองข้ามไปคือเรื่องที่ว่า ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของชาวต่างชาติ ในเรื่องของ “ค่าเงิน” ต่างหาก

ไม่ว่าคุณจะมีฐานะใด แต่เมื่อมาถึงไทย คุณจะยกระดับความเป็นอยู่ได้ 1 – 2 ขั้น เพราะความได้เปรียบในเรื่องของ “ค่าเงิน” ทันที เพราะเงินของประเทศต่าง ๆ นั้น “ใหญ่” ว่า ค่าเงินบาทเสมอ นั่นเป็นเหตุให้ เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาสูง และสร้างรายได้เข้าประเทศมากมาย รวมไปถึงนักลงทุนอสังหาฯ ชาวต่างชาติด้วย เพราะไม่ว่าใคร “ก็อยากลงทุนในอสังหาฯ” อยู่แล้ว

กลับมามองถึงปัจจุบัน ปี 2019 ยอดขายอสังหาฯ กลับไม่เติบโตเท่าที่ควรในด้านโควตา ต่างประเทศ (ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่เกี่ยวกับนโยบายการกู้ เพราะต่างชาติ ซื้อเงินสด) แต่เพราะอะไร ทำไมถึงไม่เกิดยอดซื้อ หรือว่าต่างชาติ “เลิกสนใจ”อสังหาฯ ในไทยแล้ว ?

ความจริงมันคือเรื่องของ “ค่าเงิน” ต่างหาก

โดยที่ปัจจุบันปี 2019 ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ทรงตัว ก็มีอีก 1 ปัจจัยซ่อนเร้นอยู่ นั่นคือ สภาวะ “เงินบาทแข็งค่า” ซึ่งในตอนแรกนั้นเอง ดูจะไม่กระทบมากเท่าใดนัก และส่วนใหญ่แล้วจะดีใจกันเสียมากกว่า สำหรับผู้บริโภค เพราะเราสามารถซื้อของนำเข้าได้ในราคาที่ถูกลง และไปเที่ยวต่างประเทศได้ประหยัดกว่าเดิม

แต่ผลกระทบร้ายแรงที่ตามมา ตกอยู่กับ “ผู้ผลิต” และ “ส่งออก” 

 

จากกราฟ ด้านบนจะเห็นได้ว่าสกุลเงินหลักต่าง ๆ มีมูลค่าลดลง โดยเมื่อเทียบจากช่วงเดือน พ.ค. ปี 2018 กับปัจจุบันพบว่า...

USD 33.5     เหลือ 30.3                ลดลง 9.5%
EUR 39        เหลือ 33                   ลดลง 15.4%
GBP 44        เหลือ 39                   ลดลง 11.3%
JPN 0.295   เหลือ 0.2768            ลดลง 6.2%
CNY 5.0      เหลือ 4.3                   ลดลง 14%
HKD 4.25    เหลือ 3.876               ลดลง 8.8%

 

ในความหมายที่ “ค่าเงิน” ต่างประเทศ ลดลง ส่งผลให้ “ค่าครองชีพ” ที่ต่างชาติต้องใช้ในประเทศไทย สูงขึ้นอัตโนมัติ  ราคาของไม่ได้เพิ่ม แต่ต่างชาติแลกเงินเข้าประเทศมา แล้วต้องใช้เงินสูงกว่าเดิม 6% - 15%

 

ผลกระทบเล็ก ๆ อย่างเช่นการใช้จ่าย หลักหมื่นอาจไม่ส่งผล แต่สำหรับอสังหาฯ แล้ว เรียกได้ว่า โดนแรงกระแทกยิ่งกว่าคลื่นสึนามิ

คอนโดฯ เดิม ทำเลเดิม ของแถมเดิม ถ้าจะซื้อตอนนี้ อยู่ดี ๆ ก็แพงขึ้น 15% ซึ่งราคาที่สูงขึ้นขนาดนี้ นักลงทุนกว่า 90% บอกได้เลยว่า “ไม่เกิดการซื้อ” อย่างแน่นอน

ตัวผมเองในช่วงเริ่มไตรมาสที่ 4 ของปี 2019 ได้มีโอกาสพบปะ กลุ่มนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด 6 กลุ่ม ต่างมีความเห็นที่คล้ายกันมาก นั่นคือ ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงซื้อ แต่เป็นการเก็บ listing ที่น่าสนใจซะมากกว่า และก็ไม่ได้มีเหตุจำเป็นอะไร ที่จะต้องขายโครงการให้ชาวต่างชาติช่วงนี้ เพราะการทำราคาเพื่อรับค่าเงินที่ผิดเพี้ยนไปถึง 15% จะทำให้ผู้ประกอบการกระอักเลือดเสียเปล่า ๆ

ในสถานการณ์เช่นนี้ ทางออกที่ดีที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นการกระตุ้นแรงซื้อจากในประเทศไปก่อน และคาดหวังให้เงินบาทอ่อนตัวลงซักนิดในปีหน้า เพื่อกลับมาเทขายกันอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าในปีหน้านั้น จะมีการขยับของราคาครั้งยิ่งใหญ่ รออยู่นั่นเอง

#บทความโดยOhm bnb

#อสังหาริมทรัพย์

#คอนโดเพื่อการลงทุน

 

MASTERY RESOLUTION COPYRIGHT 2019